"ไทยแลนด์ - ไทยแลนด์ - ไทยแลนด์" วันอาทิตย์แล้วหนาที่แฟนฟุตบอลชาวไทยจะได้ส่งตะเบ็งเสียร์เชียร์กันแบบบันลือโลกเพื่อเป็นกำลังใจให้ขุนพลนักเตะไทยพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ฟุตบอลอาเซียนแชมเปี้ยนชิพ หรือ "ไทเกอร์ คัพ" เป็นสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์จากการจัดการแข่งขันมาแล้วทั้งหมดรวม 6 ครั้ง
สนามศุภชลาศัย ดูจะมีความจุเล็กเกินไปแล้วด้วยซ้ำสำรับความต้องการและศรัทธาของแฟนบอลไทยในขณะนี้ บวกกับความรักชาติที่ทนไม่ได้กับผลการแข่งขันของทีมในเกมรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ซึ่งเราบุกไปพ่ายต่อ สิงคโปร์ 1-2 เมื่อวันพุธที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา
ในเกมนัดแรก แม้ว่ารูปเกมของเราอาจจะถูก สิงคโปร์ บุกเข้าใส่มากกว่า อย่างไรก็ดี จุดผลิกผันและจุดตัดสินเกมกลับไม่ได้เกิดจากการเล่นของนักเตะทั้ง 2
ทีม แต่กลับเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของ ราวี จันดรา ผู้ตัดสินชาวมาเลเซีย ที่เป่าลูกจุดโทษให้กับ สิงคโปร์ ในช่วงท้ายเกม
เหตุการณ์ที่ตามมา ภายหลังจากการตัดสินของ ราวี จันดรา นับว่าใหญ่หลวงมาก เนื่องจากทำให้เกมต้องสะดุดไปนานเกือบๆ 15 นาที ซึ่งเป็นผลมาจากการ
"วอล์คเอาต์" ของนักเตะไทย โดยการนำของ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน
ณ.วินาทีนั้น ไม่มีใครรู้ว่า เกมจะกลับมาแข่งขันกันต่อหรือไม่ และผลของความเสียหายของเหตุการณ์นั้นจะทวีความรุนแรงไปมากขนาดไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ต้องชมการตัดสินใจของเจ้าหน้ที่สต๊าฟฟ์โค้ชทีมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "บิ๊กหอย" ธวัชชัย สัจจกุล ผู้จัดการทีม ซึ่งพยายามเกลี้ยกล่อมลูกทีมให้ฝืนใจกลับมาแข่งขันต่อ แม้ว่าจะไม่สบอารมณ์กับการตัดสินของ ราวี จันดรา ก็ตาม
ถ้าหากในวันนั้น ทีมตัดสินใจ "วอล์คเอาต์" และ ไม่กลับมาแข่งขันต่อทีมลูกหนังไทย จะต้องพบกับผลกระทบที่ตามมาแบบคาดไม่คิด ดีไม่ดี !!! เราอาจจะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าแข่งขันและเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน "ฟุตบอล เอเชี่ยน คัพ 2007" รอบสุดท้าย ซึ่ง ไทย เป็นเจ้าภาพร่วมกับ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และ เวียดนาม
ขณะเดียวกัน ถ้าหาก ไทย ถูกตัดสิทธิ์ชาติที่อาจจะได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพแทนเรา ก็คือ สิงคโปร์ นั่นเองไงล่ะ หลังจากก่อนหน้านี้ สิงคโปร์ ก็เคยเกือบได้ส้มหล่น ในช่วงที่ ไทย ถูก สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือเอฟเอซี ตำหนิเรื่องความพร้อมของสนามราชมังคลากีฬาสถาน
โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่นักเตะไทยตัดสินใจ "วอล์คเอาต์" แม้จะมีการอ้างว่า ทำเพื่อตอบโต้การตัดสินใจของผู้ตัดสิน แต่เราก็ต้องยอมรับว่าตราบใดที่ยังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในเกมกีฬาฟุตบอล ความผิดพลาดต่างๆมันก็จะเกิดขึ้นได้แบบนี้แน่นอน แล้วลองประมวลคิดดูสิ เคยมีกรรมการคนไหนมั๊ยที่ถูกสหพันธ์ที่ควบคุมดูแลออกมาวิพากษ์วิจารณ์แบบต่อหน้าต่อตา แม้กระทั่ง เกมแฮม โพลล์ ซึ่งแจกใบเหลือง 3 ใบให้กับ โจซิป ซิมูนิช ในศึก เวิลด์ คัพ 2006 ยังไม่ถูก ฟีฟ่า ออกมาตำหนิแบบโจ่งแจ้งต่อสาธารณชนเลย
ที่เอ่ยแบบนี้ ไม่ใช่ว่า ไม่เป็นคนรักชาตินะครับ แต่ลองนึกถึงผลกระทบที่มันกำลังจะตามมาซิครับ มันมากมายใหญ่โตจนเราคาดไม่ถึงเลย ขนาดเรา "วอล์คเอาต์" ทำให้เกมชะงักไปราวๆ 15 นาที แม้ว่าสุดท้ายแล้ว นักเตะไทยจะกลับมาแข่งขันกันต่อ แต่เราก็อาจไม่รอดจากการถูกลงโทษจาก สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนหรือ เอเอฟเอฟ โดยทาง เอเอฟเอฟ จะขอดูรายงานและภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะพิจารณาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับ ทีมชาติไทย
แต่ช่างมันเถอะ ดูจากแนวโน้มแล้ว เราคงไม่ถูกลงโทษอะไรมากมาย เต็มที่ก็อาจจะถูกลงโทษห้าม แฟนบอลเข้าชมในเกมนัดอย่างเป็นทางการ 1-2 แมตช์แบบในทวีปยุโรป แต่บทลงโทษคงเริ่มหลังจากศึก "เอเชี่ยน คัพ 2007" รอบสุดท้าย ไปแล้ว ซึ่งคาดว่า อาจจะเป็นเกมฟุตบอลโลก 2008 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ก็เป็นได้มาว่ากันต่อถึงเรื่องเกมวันอาทิตย์นี้ดีกว่า เรื่องศรัทธาและคลื่นมหาชนที่เข้าไปเชียร์นักฟุตบอลไทย น่ะ ผมไม่ค่อยห่วงหรอก ไปยิ่งเยอะยิ่งดีใหญ่ ถ้าสนามเต็มและเข้าไปชมไม่ได้ ก็เกาะกลุ่มชมและเชียร์เกมทางโทรทัศน์วงจรปิดด้านนอกสนามก็ได้ ได้บรรยากาศดี !!!
สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ มือที่ 3 และ ผู้ไม่ประสงค์ดี หรือ อาจจะเป็นพวกรักชาติ แต่รักผิดจุดประสงค์ ผมคงไม่บอกว่า ที่ผ่านมา ไทย กับ สิงคโปร์ มีปัญหาระดับชาติอะไรกันบ้าง เนื่องจากทุกๆคนต่างทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ "กีฬา" มันน่าจะเป็นสื่อกลางและตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของคนทั้ง 2 ชาติมากกว่าที่จะเป็นชนวนให้มันขยายความใหญ่โตไปมากกว่านี้ไม่ใช่หรือ
ดังนั้น พวกเราทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันนะครับ พยายามสื่อภาพกองเชียร์ของเราให้ดูสวยงาม แต่ยิ่งใหญ่ เอาให้คนทั่วเอเชียที่ติดตามทางช่อง "อีเอสพีเอ็น" และ "สตาร์สปอร์ต" รู้ไปเลยว่า ศักยภาพกองเชียร์ไทย ยิ่งใหญ่ขนาดไหน และ ฟุตบอลไทย ก็คว้าชัยชนะได้ฝีเท้าตัวเอง โดยไม่ต้อง "โกง"
edit @ 2007/02/03 00:27:23