2007/Feb/03


"ไทยแลนด์ - ไทยแลนด์ - ไทยแลนด์" วันอาทิตย์แล้วหนาที่แฟนฟุตบอลชาวไทยจะได้ส่งตะเบ็งเสียร์เชียร์กันแบบบันลือโลกเพื่อเป็นกำลังใจให้ขุนพลนักเตะไทยพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ฟุตบอลอาเซียนแชมเปี้ยนชิพ หรือ "ไทเกอร์ คัพ" เป็นสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์จากการจัดการแข่งขันมาแล้วทั้งหมดรวม 6 ครั้ง

สนามศุภชลาศัย ดูจะมีความจุเล็กเกินไปแล้วด้วยซ้ำสำรับความต้องการและศรัทธาของแฟนบอลไทยในขณะนี้ บวกกับความรักชาติที่ทนไม่ได้กับผลการแข่งขันของทีมในเกมรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ซึ่งเราบุกไปพ่ายต่อ สิงคโปร์ 1-2 เมื่อวันพุธที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

ในเกมนัดแรก แม้ว่ารูปเกมของเราอาจจะถูก สิงคโปร์ บุกเข้าใส่มากกว่า อย่างไรก็ดี จุดผลิกผันและจุดตัดสินเกมกลับไม่ได้เกิดจากการเล่นของนักเตะทั้ง 2
ทีม แต่กลับเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของ ราวี จันดรา ผู้ตัดสินชาวมาเลเซีย ที่เป่าลูกจุดโทษให้กับ สิงคโปร์ ในช่วงท้ายเกม

เหตุการณ์ที่ตามมา ภายหลังจากการตัดสินของ ราวี จันดรา นับว่าใหญ่หลวงมาก เนื่องจากทำให้เกมต้องสะดุดไปนานเกือบๆ 15 นาที ซึ่งเป็นผลมาจากการ
"วอล์คเอาต์" ของนักเตะไทย โดยการนำของ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน

ณ.วินาทีนั้น ไม่มีใครรู้ว่า เกมจะกลับมาแข่งขันกันต่อหรือไม่ และผลของความเสียหายของเหตุการณ์นั้นจะทวีความรุนแรงไปมากขนาดไหน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ต้องชมการตัดสินใจของเจ้าหน้ที่สต๊าฟฟ์โค้ชทีมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "บิ๊กหอย" ธวัชชัย สัจจกุล ผู้จัดการทีม ซึ่งพยายามเกลี้ยกล่อมลูกทีมให้ฝืนใจกลับมาแข่งขันต่อ แม้ว่าจะไม่สบอารมณ์กับการตัดสินของ ราวี จันดรา ก็ตาม

ถ้าหากในวันนั้น ทีมตัดสินใจ "วอล์คเอาต์" และ ไม่กลับมาแข่งขันต่อทีมลูกหนังไทย จะต้องพบกับผลกระทบที่ตามมาแบบคาดไม่คิด ดีไม่ดี !!! เราอาจจะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าแข่งขันและเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน "ฟุตบอล เอเชี่ยน คัพ 2007" รอบสุดท้าย ซึ่ง ไทย เป็นเจ้าภาพร่วมกับ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และ เวียดนาม

ขณะเดียวกัน ถ้าหาก ไทย ถูกตัดสิทธิ์ชาติที่อาจจะได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพแทนเรา ก็คือ สิงคโปร์ นั่นเองไงล่ะ หลังจากก่อนหน้านี้ สิงคโปร์ ก็เคยเกือบได้ส้มหล่น ในช่วงที่ ไทย ถูก สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือเอฟเอซี ตำหนิเรื่องความพร้อมของสนามราชมังคลากีฬาสถาน

โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยเห็นด้วยที่นักเตะไทยตัดสินใจ "วอล์คเอาต์" แม้จะมีการอ้างว่า ทำเพื่อตอบโต้การตัดสินใจของผู้ตัดสิน แต่เราก็ต้องยอมรับว่าตราบใดที่ยังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในเกมกีฬาฟุตบอล ความผิดพลาดต่างๆมันก็จะเกิดขึ้นได้แบบนี้แน่นอน แล้วลองประมวลคิดดูสิ เคยมีกรรมการคนไหนมั๊ยที่ถูกสหพันธ์ที่ควบคุมดูแลออกมาวิพากษ์วิจารณ์แบบต่อหน้าต่อตา แม้กระทั่ง เกมแฮม โพลล์ ซึ่งแจกใบเหลือง 3 ใบให้กับ โจซิป ซิมูนิช ในศึก เวิลด์ คัพ 2006 ยังไม่ถูก ฟีฟ่า ออกมาตำหนิแบบโจ่งแจ้งต่อสาธารณชนเลย

ที่เอ่ยแบบนี้ ไม่ใช่ว่า ไม่เป็นคนรักชาตินะครับ แต่ลองนึกถึงผลกระทบที่มันกำลังจะตามมาซิครับ มันมากมายใหญ่โตจนเราคาดไม่ถึงเลย ขนาดเรา "วอล์คเอาต์" ทำให้เกมชะงักไปราวๆ 15 นาที แม้ว่าสุดท้ายแล้ว นักเตะไทยจะกลับมาแข่งขันกันต่อ แต่เราก็อาจไม่รอดจากการถูกลงโทษจาก สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนหรือ เอเอฟเอฟ โดยทาง เอเอฟเอฟ จะขอดูรายงานและภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะพิจารณาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับ ทีมชาติไทย

แต่ช่างมันเถอะ ดูจากแนวโน้มแล้ว เราคงไม่ถูกลงโทษอะไรมากมาย เต็มที่ก็อาจจะถูกลงโทษห้าม แฟนบอลเข้าชมในเกมนัดอย่างเป็นทางการ 1-2 แมตช์แบบในทวีปยุโรป แต่บทลงโทษคงเริ่มหลังจากศึก "เอเชี่ยน คัพ 2007" รอบสุดท้าย ไปแล้ว ซึ่งคาดว่า อาจจะเป็นเกมฟุตบอลโลก 2008 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ก็เป็นได้

มาว่ากันต่อถึงเรื่องเกมวันอาทิตย์นี้ดีกว่า เรื่องศรัทธาและคลื่นมหาชนที่เข้าไปเชียร์นักฟุตบอลไทย น่ะ ผมไม่ค่อยห่วงหรอก ไปยิ่งเยอะยิ่งดีใหญ่ ถ้าสนามเต็มและเข้าไปชมไม่ได้ ก็เกาะกลุ่มชมและเชียร์เกมทางโทรทัศน์วงจรปิดด้านนอกสนามก็ได้ ได้บรรยากาศดี !!!

สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ มือที่ 3 และ ผู้ไม่ประสงค์ดี หรือ อาจจะเป็นพวกรักชาติ แต่รักผิดจุดประสงค์ ผมคงไม่บอกว่า ที่ผ่านมา ไทย กับ สิงคโปร์ มีปัญหาระดับชาติอะไรกันบ้าง เนื่องจากทุกๆคนต่างทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ "กีฬา" มันน่าจะเป็นสื่อกลางและตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของคนทั้ง 2 ชาติมากกว่าที่จะเป็นชนวนให้มันขยายความใหญ่โตไปมากกว่านี้ไม่ใช่หรือ

ดังนั้น พวกเราทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันนะครับ พยายามสื่อภาพกองเชียร์ของเราให้ดูสวยงาม แต่ยิ่งใหญ่ เอาให้คนทั่วเอเชียที่ติดตามทางช่อง "อีเอสพีเอ็น" และ "สตาร์สปอร์ต" รู้ไปเลยว่า ศักยภาพกองเชียร์ไทย ยิ่งใหญ่ขนาดไหน และ ฟุตบอลไทย ก็คว้าชัยชนะได้ฝีเท้าตัวเอง โดยไม่ต้อง "โกง"

edit @ 2007/02/03 00:27:23

2007/Feb/01

นัดล้างตาสนามแตก! วัดแชมป์อาเซียน

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจำกัดตั๋วดูลูกหนัง "อาเซียนคัพ 2007" รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ระหว่างทีมชาติไทย กับ สิงคโปร์ ในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.พ.นี้แค่ 3 หมื่นใบ เพื่อป้องกันปัญหาคนล้นทะลักจน "สนามแตก" แต่วางกำหนดเปิดขายตั๋วล่วงหน้าแค่ 1 วัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์เท่านั้น พร้อมยืนยันปรับราคาใหม่เป็น 100, 200, 300 บาท พร้อมแจงปัญหาตั๋วเกินจำนวนที่นั่งในนัดที่ผ่านมาเพราะ "ตั๋วผี" ระบาด วอนแฟนบอลซื้อเฉพาะในช่องขายตั๋ว

ตามที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเตรียมปรับราคาบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอล "อาเซียนคัพ 2007" รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ระหว่างทีมชาติไทยกับสิงคโปร์ ที่จะแข่งขันกันในวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 19.00 น. ที่สนามศุภชลาศัยใหม่จากเดิมราคา 50, 100, 200 บาท เป็น 100, 200, 300 บาท ล่าสุดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยออกมายืนยันถึงการปรับราคาบัตรเช้าชมในนัดชิงชนะเลิศอย่างแน่นอนแล้ว

วรวิทย์ สัมปะชัญญสถิตย์ เจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอล เปิดเผยว่า สมาคมฟุตบอลหารือกับสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน (เอเอฟเอฟ) แล้ว และเกมนัดชิงชนะเลิศถือว่ามีความสำคัญกว่าทุกรอบที่ผ่านมา จึงปรับราคาค่าบัตรใหม่ โดยที่นั่งด้านหลังประตูราคา 100 บาท อัฒจันทร์ฝั่งคบเพลิง 200 บาท และอัฒจันทร์ฝั่งที่ประทับ 300 บาท ซึ่งจะมีการออกบัตรมาจำหน่ายเพียงแค่ 3 หมื่นใบเท่านั้น แบ่งเป็น 100 บาท จำนวน 1 หมื่นใบ ส่วน 200 บาทจำนวน 1.2 หมื่นใบ และ 300 บาทอีกจำนวน 8,000 ใบ

"สนามศุภชลาศัยไม่ได้จุคนมากถึง 4 หมื่นคนตามที่เข้าใจกัน แต่จุได้แค่ 3 หมื่นต้นๆ เท่านั้น สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (สพก.) ในฐานะเจ้าของสถานที่และสมาคมฟุตบอลจึงตกลงจะพิมพ์บัตรมาจำหน่ายแค่ 3 หมื่นใบเพื่อป้องกันปัญหาจำนวนคนดูที่อาจมากล้นจนเกินไป ซึ่งในรอบรองชนะเลิศนัดล่าสุดที่ผ่านมาจริงๆ แล้วบัตรก็เปิดจำหน่ายเท่ากับจำนวนความจุของสนาม แต่ที่คนดูเจอปัญหาไม่มีที่นั่งเพราะว่ามีตั๋วผีเยอะ จึงอยากจะวิงวอนให้ซื้อตั๋วในช่องขายตั๋วเท่านั้น หากไปซื้อตั๋วผีจะมีปัญหาอีกมากแน่นอน"

เจ้าหน้าที่สมาคมฟุตบอล กล่าวต่อว่า การเปิดขายตั๋วล่วงหน้าจะไม่มีจำหน่ายที่สมาคมฟุตบอลอีกแล้ว แต่จะให้เป็นหน้าที่ของ สพก.ทั้งหมด โดยจะจำหน่ายบัตรเข้าชมที่ช่องขายตั๋วหน้าสนามศุภชลาศัยเลย เริ่มขายล่วงหน้าในวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. รวมถึงวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. และ 13.00 น. เป็นต้นไป ส่วนสาเหตุที่ต้องเปิดขายล่วงหน้าในวันเสาร์เนื่องจากในวันราชการ สพก.ไม่สามารถจัดเจ้าหน้าที่ไปขายตั๋วได้

2007/Jan/31

3แข้งผีคืนทัพเปิดรังรับแตน

"ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมส่ง 3 ขุนพล หลุยส์ ซาฮา, เวย์น รูนีย์ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ กลับมาเป็นตัวจริง ในการเปิดรังรับมือ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด คืนวันพุธที่ 31 ม.ค.นี้ หวังไล่ล่า 3 แต้มลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยังไว้ใจ อังเดร เชฟเชนโก้ ยืนหอกคู่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา หวังเปิดบ้านสยบ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ขณะที่ศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบตัดเชือก นัดที่สอง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ประกาศขนเด็กดวล "ตราไก่" สเปอร์ส ที่ต้องลุ้น ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ

ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก คืนวันพุธที่ 31 มกราคมนี้ มีเตะกันทั้งสิ้น 4 คู่ "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง จะเปิดถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ทีมบ๊วยของตาราง ในเวลา 03.00 น. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางยูบีซี 70 สตาร์สปอร์ต

เกมนี้ "เฟอร์กี้" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ของทีมเจ้าถิ่น ยืนยันแล้วว่าจะส่ง คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกตัวเก่งที่ได้พักร้อน กับ หลุยส์ ซาฮา ที่เพิ่งหายจากการบาดเจ็บ ไม่ได้ลงเล่นในเกมเอฟเอ คัพ ที่พิชิต ปอร์ทสมัธ 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลับคืนเป็นตัวจริงอีกครั้ง หวังเก็บ 3 คะแนนเต็มให้ได้

เฟอร์กี้ ให้เหตุผลเกี่ยวกับการพัก โรนัลโด้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าต้องการให้พักและเพิ่มไฟในการเล่นเพื่อลุ้นแชมป์ ขณะที่ เวย์น รูนีย์ ซึ่งเป็นตัวสำรองในนัดที่ผ่านมา น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริง ซึ่งคาดว่าจะลงสนามคู่กับ หลุยส์ ซาฮา ที่หายเจ็บกลับมาแล้ว ทำให้ เฮนริค ลาร์สสัน กองหน้าตัวเก๋าได้พักบ้าง

ด้านทีมเยือน กุนซือ เอเดรียน บูธรอยด์ จะไม่ได้ใช้งาน เบน ฟอสเตอร์ นายทวารมือ 1 เนื่องจากเป็นนักเตะที่ยืมตัวมาจากทีมผีแดง นอกจากนั้นสามารถจัดตัวหลักๆ ลงเล่นได้หมด แต่ฟอร์มล่าสุดนั้นเพิ่งชนะมา 2 นัดรวด จากการชนะ แบล็คเบิร์น ในพรีเมียร์ชิพ และชนะ เวสต์แฮม ในเอฟเอ คัพ

ส่วนอีก 2 คู่ในเวลาเดียวกัน "ทรอตเตอร์" โบลตัน ทีมอันดับ 5 เปิดบ้านพบ "ดาบอัศวิน" ชาร์ลตัน ทีมอันดับ 19 และ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 12 เล่นในถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค พบ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 14

ขณะที่การเตะในเวลา 02.45 น. "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 2 ที่ไล่ตามแมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ 6 แต้ม เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ทีมอันดับ 10 เกมนี้เชลซียังไม่มี จอห์น เทอร์รี กองหลังกัปตันทีมที่ยังไม่ฟิตเต็มที่ แต่น่าจะส่ง แอชลีย์ โคล กลับมาเป็นตัวจริงแทนที่ เวย์น บริดจ์ พร้อมกับได้ โคลด มาเกเลเล หายเจ็บลงสนามเป็น 11 คนแรก ส่วนคู่หน้าคาดว่า อังเดร เชฟเชนโก้ จะได้ลงเป็นตัวจริงคู่กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ด้านทีมเยือน กุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส ที่เพิ่งนำทีมผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอ คัพ ก็สามารถส่งผู้เล่นหลักๆ อย่าง เดวิด เบนท์ลีย์, เบนนี แม็คคาร์ธี, มอร์เทน แกมส์ พีเดอร์เซน ลงเล่นได้ครบ แต่จะขาด ร็อบ ซาเวจ ที่ต้องพักยาว

คืนวันเดียวกัน ในเวลา 02.45 น. ยังมีเกมคาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ซึ่ง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมทช์กับคู่ปรับตลอดกาล "ตราไก่" สเปอร์ส หลังเสมอมาในเกมแรก 2-2 เกมนี้คาดว่า อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่น ที่คุมทีมไม่แพ้ตราไก่มาตั้งแต่ปี 1999 รวม 16 นัด ต้องลุ้นอาการบาดเจ็บของ เชส ฟาเบรกาส กองกลางตัวเก่ง

นอกจากนี้ยังจะพักนักเตะชุดใหญ่บางคนอย่าง เธียร์รี อองรี, โทมัส โรซิคกี้ แล้วเปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นเด็กลงสนาม โดยคู่กองหน้าน่าจะเป็น เฌเรมี อาลิอาดิเยร์ กับ ฮูลิโอ บาปติสต้า

ขณะที่ทีมเยือน มาร์ติน โยล จะลุ้นแค่อาการบาดเจ็บของ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ กองหน้าที่เจ็บโคนขาหนีบ หากยังลงไม่ได้ก็จะให้ มิโด้ ลงเป็นกองหน้าตัวเป้า นอกนั้นได้ชุดใหญ่ทำศึกล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็น อารอน เลนนอน, เจอร์เมน เดโฟ, ร็อบบี้ คีน